รักษ์สุขภาพ - ตอนที่ 65 การฝึกสติเพื่อรักษาโรค (5)

การบำบัดด้วยยา (Pharmacotherapy) เช่น ยาต้านซึมเศร้า ยาลดความวิตกกังวล และยาควบคุมอารมณ์ มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือมีความเสี่ยงสูง การฝึกสติมักใช้เป็นการรักษาเสริม (Adjunctive therapy) เพื่อเพิ่มประสิทธิผลและลดอัตราการกลับเป็นซ้ำ

11. กลไกเชิงประสาทวิทยา: Default Mode Network และ Neuroplasticity

11.1 Default Mode Network (DMN)

DMN เป็นเครือข่ายสมองที่ทำงานเมื่อจิตใจล่องลอยหรือคิดเกี่ยวกับตนเอง การทำงานมากเกินไปของ DMN พบได้ในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล การฝึกสติช่วยลดการทำงานของ DMN และเพิ่มการทำงานของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความสนใจ (Attention networks)

11.2 Neuroplasticity

การฝึกสติสามารถกระตุ้นสมรรถนะของสมองอในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของประสาท  (Neuroplasticity) งานวิจัยพบการเพิ่มความหนาของสมองในหน้าผากส่วนหน้า (Prefrontal cortex), ส่วนที่อยู่ลึกบริเวณด้านหน้าของสมองกลีบหน้าผาก (Anterior cingulate cortex), และ สมองส่วนกลีบขมับ] ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์และการเรียนรู้ (Hippocampus)

12. Clinical Guideline จากองค์กรสากล

12.1 American Psychiatric Association (APA)

สมาคมจิตแพทย์อเมริกัน (APA) ยอมรับการบำบัดทางความคิด (Mindfulness-based cognitive therapy: MBCT) เป็นการรักษาป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรคซึมเศร้าในผู้ป่วยที่มี Recurrent depression [= โรคซึมเศร้ากลับเป็นซ้ำ]

12.2 National Institute for Health and Care Excellence (NICE)

สถาบันแห่งชาติสำหรับสุขภาพและการดูแลที่เป็นเลิศ (NICE) แนะนำ MBCT สำหรับผู้ป่วยซึมเศร้าที่มีประวัติเป็นซ้ำ และเน้นการใช้ร่วมกับจิตบำบัด (Psychotherapy) อื่น ๆ และการรักษาด้วยยา

12.3 World Health Organization (WHO)

องค์การอนามัยโลก (WHO) สนับสนุนการใช้บำบัดรักษาด้วยสติ (Mindfulness interventions) ในการส่งเสริมสุขภาพจิตและลดความเครียดในระดับประชากร และรวมอยู่ในแนวทางการดูแลสุขภาพจิตระดับปฐมภูมิ

แหล่งข้อมูล 

  1. Jon Kabat-Zinn. (1990). Full Catastrophe Living: Using the Wisdom of Your Body and Mind to Face Stress, Pain, and Illness. New York: Delacorte Press.
  2. Zindel V. Segal, Mark G. Williams, & John D. Teasdale. (2013). Mindfulness-Based Cognitive Therapy for Depression (2nd ed.). New York: Guilford Press.